[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ขุนช้าง ขุนแผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา
เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอน ขุนช้างถวายฎีกา
ผู้แต่ง
ไม่ปรากฏนามผู้แต่งตอนขุนช้างถวายฎีกาแต่ได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่าแต่งดีเยี่ยมโดยเฉพาะ
กระบวนกลอนที่สื่ออารมณ์สะเทือนใจ(เป็น ๑ ใน ๘ ตอนที่ได้รับการยกย่อง)
ในตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างและตอนขุนแผนพานางวันทองหนีเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธ
เลิศหล้านภาลัย
ตอนขุนช้างขอนางพิมและขุนช้างตามนางวันทองเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตอนกำเนิดพลายงามเป็นสำนวนของสุนทรภู่
ที่มาของเรื่อง
ขุนช้างขุนแผนเป็นตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาในเมืองสุพรรณบุรี และกาญจนบุรี    โดยเชื่อกันว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในแผ่นดินสมเด็จพระพันวษาแห่งกรุงศรีอยุธยา โดยในตำนานเล่าเพียงว่า นายทหารยศ ขุนแผนผู้หนึ่งได้ถวายดาบฟ้าฟื้นแด่สมเด็จพระพันวษา ซึ่งใช้วิธีการถ่ายทอดโดยการเล่าสืบสืบต่อกันมาเป็นนิทาน  จนกระทั่งมีผู้คิดวิธีการเล่าโดยการขับเป็นลำนำขึ้นมา  จึงกลายเป็นใช้บทเสภา มีทั้งหมด ๔๓ ตอนด้วยกัน  ตอนที่นำมาเป็นบทเรียนนี้  คือ ตอนที่ ๓๕
เนื้อเรื่องย่อ
กล่าวถึงพลายงาม  เมื่อชนะคดีความขุนช้างแล้ว ขุนช้างได้พานางวันทองกลับไปอยู่สุพรรณบุรี  ส่วนตัวพลาย
งามเองก็กลับไปอยู่บ้านพร้อมหน้าญาติและพ่อ  ขาดก็แต่แม่ ทำให้พลายงามเกิดความคิดที่จะพานางวันทองกลับมาอยู่ด้วยกัน  จะได้พร้อมหน้าพ่อ แม่ ลูก  พอตกดึกจึงไปลอบขึ้นเรือนขุนช้างแล้วพานางวันทองหนีมาอยู่ที่บ้านกับตน ตอนแรกนางก็ไม่ยินยอมที่จะมา เพราะกลัวจะเป็นเรื่องให้อับอายว่า  คนนั้นลากไป  คนนี้ลากมาอีก  และเกรงจะมีปัญหาตามมาภายหลัง    จึงบอกให้พลายงามนำความไปปรึกษาขุนแผน  เพื่อฟ้องร้องขุนช้างดีกว่าจะมาลักพาตัวไป    แต่พลายงามไม่ยอม สุดท้ายนางวันทองจึงจำต้องยอมไปกับพลายงามฝ่ายขุนช้างนอนฝันร้าย  ก็ผวาตื่นเอาตอนสาย  ครั้นตื่นขึ้นมาก็ร้องเรียกหานางวันทอง ออกมาถามบ่าวไพร่ก็ไม่มีใครเห็นจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟมุ่งมั่นจะตามนางวันทองกลับมาให้ได้ ฝ่ายพลายงามก็เกรงว่าขุนช้างจะเอาผิด  ถ้ารู้ว่าตนไปพานางวันทองมา  จะเพ็ดทูลสมเด็จพระพันวษาอีก  แม่อาจจะต้องโทษได้ จึงใช้ให้หมื่นวิเศษผลไปบอกขุนช้างว่า ตนนั้นป่วยหนักอยากเห็นหน้าแม่  จึงใช้ให้คนไปตามนางวันทองมาเมื่อกลางดึก ขอให้แม่อยู่กับตนสักพักหนึ่งแล้วจะส่งตัวกลับมาอยู่กับขุนช้างตามเดิม ขุนช้างโมโหและแค้นยิ่งนักที่พลายงามทำเหมือนข่มเหงไม่เกรงใจตน จึงร่างคำร้องถวายฎีกา  แล้วลอยคอมายังเรือพระที่นั่งของสมเด็จพระพันวษาเพื่อถวายฎีกา ทำให้สมเด็จพระพันวษาพิโรธมาก  ให้ทหารรับคำฟ้องมาแล้วให้เฆี่ยนขุนช้าง๓๐ ที แล้วปล่อยไป และยังทรงตั้งกฤษฎีกาการรักษาความปลอดภัยว่า  ต่อไปข้าราชการผู้ใดที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้วปล่อยให้ใครเข้ามาโดยมิได้รับอนุญาตจะมีโทษมหันต์ถึงประหารชีวิตกล่าวฝ่ายขุนแผนนอนอยูในเรือนกับนางแก้วกิริยาและนางลาวทองอย่างมีความสุข  ครั้นสองนางหลับ  ขุนแผนก็คิดถึงนางวันทองที่พลายงามไปนำตัวมาไว้ที่บ้าน  จึงออกจากห้องย่องไปหานางวันทองหวังจะร่วมหลับนอนกัน แต่นางปฏิเสธแล้วพากันหลับไป แต่พอตกตึกนางวันทองก็เกิดฝันร้ายตกใจตื่นเล่าความฝันให้ขุนแผนฟัง ขุนแผนฟังความฝันของนางก็รู้ทันทีว่าเป็นเรื่องร้าย  อันตรายถึงชีวิตแน่นอน แต่ก็แกล้งทำนายไปในทางดีเสีย  เพื่อนางจะได้สบายใจ
      ฝ่ายสมเด็จพระพันวษา ครั้นทรงอ่านคำฟ้องของขุนช้างก็ทรงกริ้วยิ่งนัก  ให้ทหารไปตามตัวนางวันทอง ขุนแผน
และพระไวยมาเฝ้าทันที ขุนแผนเกรงว่านางวันทองจะมีภัย  จึงเสกคาถาและขี้ผึ้งให้นางวันทองทาปากเพื่อให้พระพันวษาเมตตา  แล้วจึงพานางเข้าเฝ้า  เมื่อพระพันวษาเห็นนางวันทองก็ใจอ่อนเอ็นดู  ตรัสถามเรื่องราวที่เป็นมาจากนางวันทองว่า  ตอนชนะคดีให้ไปอยู่กับขุนแผนแล้วทำไมจึงไปอยู่กับขุนช้างนางวันทองก็กราบทูลด้วยความกลัวไปตามจริงว่า ขุนแผนถูกจองจำ  ขุนช้างเอาพระโองการไปอ้างให้ฉุดนางไปอยู่ด้วย  เพื่อนบ้านเห็นเหตุการณ์ก็ไม่กล้าเข้าช่วยเพราะกลัวผิดพระโองการ สมเด็จพระพันวษาฟังความทรงกริ้วขุนช้างมาก ทรงถามนางวันทองอีกว่าขุนช้างไปฉุดให้อยู่ด้วยกันมาตั้ง ๑๘ ปี แล้วคราวนี้หนีมาหรือมีใครไปรับมาอยู่กับขุนแผน  นางวันทองก็กราบทูลไปตามจริงว่า  พระไวยเป็นผู้ไปรับมาเวลาสองยาม ขุนช้างจึงหาความว่า หลบหนี  สมเด็จพระพันวษาทรงกริ้วพระไวยที่ทำอะไรตามใจตน นึกจะขึ้นบ้านใครก็ขึ้น  ทำเหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแปร และว่าขุนแผนรู้เห็นเป็นใจ  สมเด็จพระพันวษาทรงคิดว่า สาเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดนี้เกิดจากนางวันทองจึงให้นางวันทองตัดสินใจว่าจะอยู่กับใคร  นางวันทองตกใจประหม่า อีกทั้งจะหมดอายุขัยจึงบันดาลให้พูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าจะอยู่กับใคร  นางให้เหตุผลว่า นางรักขุนแผน  แต่ขุนช้างก็ดีกับนาง ส่วนพลายงามก็เป็นลูกรัก ทำให้สมเด็จพระพันวษากริ้วมาก  เห็นว่านางวันทองเป็นคนหลายใจ เป็นหญิงแพศยา จึงให้ประหารชีวิตนางวันทองเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่นต่อไป

คุณค่าที่ได้รับ
ด้านวรรณศิลป์ ด้านสังคม
• แสดงให้เห็นถึงศิลปะการแต่งเช่น     แสดงให้เห็นภาพสังคมสมัยก่อนๆเช่น
๑ การพรรณนาให้เห็นภาพ ๑  ความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์
๒ สัมผัสอักษร ๒  ความรักนะหว่างแม่และลูก
๓ ภาพพจน์ ๓  สะท้อนให้เห็นชีวิต  วัฒนธรรม  ค่านิยม และความเชื่อ
๓.๑ อุปมา ๔  ความเชื่อในกฎแห่งกรรม
๓.๒ อุปลักษณ์
๓.๓ สัทพจน์
๓.๔ คำถามเชิงวาทศิลป์
ด้านเนื้อหา
ในยุคสมัยหนึ่งๆมักนิยมเรื่องราวที่เข้ากับยุคสมัยนั้นๆ เรื่องราวและเนื้อหาของวรรณคดีจะไม่ตายตัวแต่จะ
เปลี่ยนไปตามสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม พัฒนาการของสังคมจะเปป็นเครื่องกำหนดเนื้อหาของวรรณคดี
ความรู้เพิ่มเติม
๓ ครอบครัวในเรื่อง
- ครอบครัวของ ''ขุนไกรพลพ่าย'' รับราชการทหาร มีภรรยาชื่อ ''นางทองประศรี'' มีลูกชายด้วยกันชื่อ ''พลายแก้ว''
- ครอบครัวของ ''ขุนศรีวิชัย'' เศรษฐีใหญ่ของเมืองสุพรรณบุรี รับราชการเป็นนายกองกรมช้างนอก ภรรยาชื่อ ''นางเทพทอง'' มีลูกชายชื่อ ''ขุนช้าง'' ซึ่งหัวล้านมาแต่กำเนิด
- ครอบครัวของ ''พันศรโยธา'' เป็นพ่อค้า ภรรยาชื่อ ''ศรีประจัน'' มีลูกสาวรูปร่างหน้าตางดงามชื่อ ''นางพิมพิลาไลย''
ครอบครัว ขุนแผน
ขุนแผน + ภรรยา ๕ คน
๑ นางวันทอง(พิมพิลาไลย) = พลายงาม
๒ นางลาวทอง(ไปรบที่เชียงใหม่)
๓ นางบัวคลี่(หนีไปถึงซ่องโจร) = กุมารทอง
๔ นางแก้วกิริยา(ลอบขึ้นเรือนขุนช้าง) = พลายชุมพล
๕ นางสายทอง(พี่เลี้ยงนางวันทอง)
ครอบครัว จมื่นไวยวรนาถ (พลายงาม)
จมื่นไวยวรนาถ + ภรรยา ๒ คน
๑ นางสร้อยฟ้า = พลายยง
๒ นางศรีมาลา = พลายเพชร
กุมารทอง
ตำรากุมารทองเป็นไสยศาสตร์ในยุคที่เรียกว่ากรรมฐานนิพานสูตร อันมีอยู่ในสมุดข่อยสมัยกรุงศรีอยุธยา ตำราแบ่งเป็นสองประเภทคือ 1 กุมารทองใช้งาน 2.กุมารทองทำร้าย แต่วิธีเบื้องต้นในการสร้างคล้ายกันคือการนำวิญญาณใช้ประโยชน์แบบเตภูมิ 4 อัน ประกอบด้วยธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ
ม้าสีหมอก                                                             
สีหมอก เป็นม้าแสนรู้พาหนะประจำตัวของขุนแผน แม่เป็นม้าเทศชื่ออีเหลือง พ่อเป็นม้าน้ำ คลอดจากท้องแม่เมื่อวันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำ ตัวสีหมอก ตาสีดำ หลวงศรีวรข่านได้รับคำสั่งจากสมเด็จพระพันวษาให้ไปซื้อม้าที่เมืองมะริด ประเทศอินเดีย สีหมอกซึ่งเป็นลูกม้ารุ่นหนุ่มก็ติดตามแม่มาด้วย แต่ความซุกซนทำให้เที่ยวไล่กัดม้าตัวอื่นๆอยู่เสมอ ต้องตามตำราจึงเข้าไปขอซื้อ แล้วเสกหญ้าให้กิน สีหมอกก็ติดตามขุนแผนไปโดยดี
ดาบฟ้าฟื้น                                         
ดาบฟ้าฟื้นเกิดจาก การเอาเหล็กรวมทั้งโลหะอื่นแล้วก็นำมาหล่อรวมกัน พอฤกษ์งามยามดีก็ตั้งศาลเพียงตา แล้วให้ช่างตีเหล็กบรรจงแต่งตามรูปที่ต้องการ เมื่อเสร็จแล้วมีสีเขียวแมลงทับ จากนั้นก็เจาะไม้ชัยพฤกษ์เอาผมผีพรายตัวร้าย ๆ ใส่เข้าไปแล้วเอาชันกรอกทับเป็นด้าม เมื่อขุนแผนลองแกว่งดูก็เกิดเมฆลมพัดตลบอบอวลฟ้าผ่าดังเปรี้ยงปร้าง แล้วเอาไม้สรรพยามาทำฝักแต่งเติมเสริมความงามจนพอใจจึงตั้งชื่อว่า  ดาบฟ้าฟื้น




เอกสาร : 40.ppt
www.google.com


โดย: มิส  สิรามล    คู่วชิร
งาน: กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: กลอนเสภา เรื่องขุนช้าง ขุนแผน


ติดตามข่าวจากหน้า Facebook Fan Page
แบ่งปันหน้านี้